ร้านลึกลับดีๆ….ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ใน "ประดิพัทธ์"
ถนนประดิพัทธ์ยามเย็น
ประดิพัทธ์ ถนนใหญ่ที่อยู่ตรงแยกสะพานควาย มีร้านเก่าแก่เยอะมาก คลับคล้ายกับสถานี Nakano ในโตเกียวที่รวมของวินเทจไว้มากมาย เสน่ห์อยู่ที่ความเก่าและเก๋าของตึกรามบ้านช่อง บวกกับความใหม่ของร้านน่านั่งในซอกซอยที่เริ่มมีมากขึ้นจากอิทธิพลของย่านอารีย์ ร้านในประดิพัทธ์จะมีความเป็น ‘บ้าน‘ หรือ Homie มาก เพราะค่อนข้างมีพื้นที่มากกว่าร้านในโซนอารีย์หน่อย บางร้านก็เอาบ้านเก่ามาดัดแปลง เดินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนไปเยี่ยมบ้านเพื่อน
ประดิพัทธ์ ถนนใหญ่ที่อยู่ตรงแยกสะพานควาย มีร้านเก่าแก่เยอะมาก คลับคล้ายกับสถานี Nakano ในโตเกียวที่รวมของวินเทจไว้มากมาย เสน่ห์อยู่ที่ความเก่าและเก๋าของตึกรามบ้านช่อง บวกกับความใหม่ของร้านน่านั่งในซอกซอยที่เริ่มมีมากขึ้นจากอิทธิพลของย่านอารีย์ ร้านในประดิพัทธ์จะมีความเป็น ‘บ้าน‘ หรือ Homie มาก เพราะค่อนข้างมีพื้นที่มากกว่าร้านในโซนอารีย์หน่อย บางร้านก็เอาบ้านเก่ามาดัดแปลง เดินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนไปเยี่ยมบ้านเพื่อน
ร้านที่แนะนำครั้งนี้อยู่ในซอยที่ไม่มีคนผ่านมากนัก จะรู้ก็ต่อเมื่อบังเอิญเดินผ่านหรือมีคนมาบอกต่อ ข้อดีของเหล่าร้านในซอยคือคนไม่พลุกพล่าน เป็นมุมแอบพักผ่อนที่ดี และที่สำคัญ เจ้าของร้านจะใส่ใจกับการลงมือทำเอง มีความบูทีคในดีเทลและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
★★ 1. RAAN KENG (ร้านเข่ง) ★★
พิกัด : ซอยประดิพัทธ์ 14 / โทร : 022791555
พิกัด : ซอยประดิพัทธ์ 14 / โทร : 022791555

Isankaya อาหารทานง่าย สไตล์ร้านเข่ง
ร้านเข่งเป็นร้านอาหารไทย-อีสาน ผสมญี่ปุ่น หรือ Isankaya นำอาหารทานง่าย 2 สไตล์มาฟิวชั่นกันให้สนุกขึ้น โดยเจ้าของร้าน "คุณเข่ง" ได้ดัดแปลงบ้านหลังเก่าในซอยประดิพัทธ์ 14 ให้เป็นบ้านสีน้ำเงินตัดกับสวนสีเขียว ให้บรรยากาศกันเองและสบายอย่างที่ตั้งใจไว้
ร้านเข่งเป็นร้านอาหารไทย-อีสาน ผสมญี่ปุ่น หรือ Isankaya นำอาหารทานง่าย 2 สไตล์มาฟิวชั่นกันให้สนุกขึ้น โดยเจ้าของร้าน "คุณเข่ง" ได้ดัดแปลงบ้านหลังเก่าในซอยประดิพัทธ์ 14 ให้เป็นบ้านสีน้ำเงินตัดกับสวนสีเขียว ให้บรรยากาศกันเองและสบายอย่างที่ตั้งใจไว้


เมื่อบ้านสีน้ำเงินแล้ว อาหารก็ต้องคุมโทนด้วย เมนูที่เราชอบคือ "ตำถาด" เพราะไม่เหมือนใคร มีข้าวเหนียว ส้มตำ แคบหมู อาหารไทย แล้วมีแซลมอนซาชิมิ หมึกวาซาบิ ของอร่อยฟากญี่ปุ่นมาทานแกล้ม เมนูอื่อนๆ ที่น่าสนใจก็เช่น คอหมูร้องไห้ใส่พริกญี่ปุ่น ไส้กรอกอีสานวาซาบิ (สด) โดยแต่ละเดือนจะมีเมนูใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้แวะเวียนมาลองทานเสมอ



"พัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะลูกค้าทุกคนที่มาคือตั้งใจมาที่ร้านจริงๆ" คุณเข่งกล่าว
- เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เที่ยงวัน – 4 ทุ่ม
- ยกเว้นวันศุกร์ – เสาร์ ที่เปิดเที่ยงวัน – เที่ยงคืน
- หยุดวันจันทร์
- ที่จอดรถ : มี
- Wi-Fi : มี
- Lunch/Dinner Set Box : Blue Box ลองสอบถามได้
- Live Music : มี (พฤ 1 ทุ่ม – 3 ทุ่ม / ศ-ส 2 ทุ่ม – 4 ทุ่ม)
★★ 2. ร้านแผ่นเสียง ★★
พิกัด : ซอยประดิพัทธ์ 17 / โทร : 0818755888
พิกัด : ซอยประดิพัทธ์ 17 / โทร : 0818755888
ร้านแผ่นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในไทยมาแอบอยู่ที่นี่
ขนาดคนประดิพัทธ์หลายคนยังไม่รู้เลยว่ามีร้านแผ่นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในย่านนี้ด้วย! เดินเล่นในซอยประดิพัทธ์ 17 เจอป้ายร้านขาวๆ เท่เชียว เขียนว่า "ร้านแผ่นเสียง" และยังมีแถม ด้านหลังของร้านก็เป็น "ร้านเทป" ถ้าไม่มีคนบอกไม่รู้เลยว่ายังมีอีกร้านซ่อนอยู่
ขนาดคนประดิพัทธ์หลายคนยังไม่รู้เลยว่ามีร้านแผ่นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในย่านนี้ด้วย! เดินเล่นในซอยประดิพัทธ์ 17 เจอป้ายร้านขาวๆ เท่เชียว เขียนว่า "ร้านแผ่นเสียง" และยังมีแถม ด้านหลังของร้านก็เป็น "ร้านเทป" ถ้าไม่มีคนบอกไม่รู้เลยว่ายังมีอีกร้านซ่อนอยู่


การฟังเพลงที่แตกต่างไปจากเดิม
ในร้านแผ่นเสียงจะมีโซฟาให้ทดลองฟังเสียงจากเครื่องเสียงหลักๆ 2 มุม น้องและพี่ที่ร้านต้อนรับแถมชวนฟังเพลงต่างๆ ด้วยเครื่องเสียงคุณภาพอลังการตามราคาที่อลังการไปด้วยกัน ฟังแล้วรู้สึกราวกับกำลังฟังคอนเสิร์ตไลฟ์สด ต่างจากดนตรีสตรีมมิ่งสมัยนี้ที่โดนอัดบีบอย่างสิ้นเชิง
ในร้านแผ่นเสียงจะมีโซฟาให้ทดลองฟังเสียงจากเครื่องเสียงหลักๆ 2 มุม น้องและพี่ที่ร้านต้อนรับแถมชวนฟังเพลงต่างๆ ด้วยเครื่องเสียงคุณภาพอลังการตามราคาที่อลังการไปด้วยกัน ฟังแล้วรู้สึกราวกับกำลังฟังคอนเสิร์ตไลฟ์สด ต่างจากดนตรีสตรีมมิ่งสมัยนี้ที่โดนอัดบีบอย่างสิ้นเชิง


ศูนย์รวมเพลงบนแผ่น
ในร้านจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามประเภทของเพลง ไม่ว่าจะเป็น Jazz, Rock , และเพลงไทย ซึ่งพี่นกเลือกหาแผ่นเสียงมาให้ตั้งแต่ยุค 60’s แม้ในปัจจุบัน เพลงที่ได้รับความนิยมในหมู่นักฟังเพลงยังคงถูกนำไปบันทึกเป็นแผ่นเสียงอยู่ ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมแผ่นเสียงอัลบั้มเพลงไทยที่ถูกนำมาผลิตเป็นแผ่นเสียงครั้งแรก และกลายเป็นสถานที่ที่ศิลปินมาเปิดตัวแผ่นเสียงอยู่บ่อยๆ
ในร้านจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามประเภทของเพลง ไม่ว่าจะเป็น Jazz, Rock , และเพลงไทย ซึ่งพี่นกเลือกหาแผ่นเสียงมาให้ตั้งแต่ยุค 60’s แม้ในปัจจุบัน เพลงที่ได้รับความนิยมในหมู่นักฟังเพลงยังคงถูกนำไปบันทึกเป็นแผ่นเสียงอยู่ ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมแผ่นเสียงอัลบั้มเพลงไทยที่ถูกนำมาผลิตเป็นแผ่นเสียงครั้งแรก และกลายเป็นสถานที่ที่ศิลปินมาเปิดตัวแผ่นเสียงอยู่บ่อยๆ

ดูชีวิตผ่านยุคสมัยและเสียงเพลง
มองไปรอบร้านแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ สมัยพ่อแม่เปิดแผ่นเสียงของ The Beatles The Carpenter หรือ Miles Davis พอข้ามไปร้านเทปด้านหลัง ก็เขยิบไปนึกถึงตอนวัยรุ่นยุคเพลงอัลเทอร์เนทีฟของทั้งฝั่งไทยและเทศ อย่างเทปของวงพราว จากยุคนั้นม้วนละ 90 บาท ตอนนี้ราคาขึ้นเป็น 700 บาทแล้วจ้าา แผ่นเสียงของพี่บอยโกและโมเดิร์นด็อก ก็เป็นสิ่งที่น่าสะสมมิใช่น้อย
มองไปรอบร้านแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ สมัยพ่อแม่เปิดแผ่นเสียงของ The Beatles The Carpenter หรือ Miles Davis พอข้ามไปร้านเทปด้านหลัง ก็เขยิบไปนึกถึงตอนวัยรุ่นยุคเพลงอัลเทอร์เนทีฟของทั้งฝั่งไทยและเทศ อย่างเทปของวงพราว จากยุคนั้นม้วนละ 90 บาท ตอนนี้ราคาขึ้นเป็น 700 บาทแล้วจ้าา แผ่นเสียงของพี่บอยโกและโมเดิร์นด็อก ก็เป็นสิ่งที่น่าสะสมมิใช่น้อย


ใครที่มองหางานอดิเรกใหม่ๆ หรือชอบฟังเพลงอยู่แล้ว อยากให้ลองแวะมาฟังเสียงที่คุ้นเคยสมัยวัยเยาว์ เมื่อมาฟังอีกที มุมมองและความสุนทรีย์ในชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป
- เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 11 โมง – 2 ทุ่ม
- ที่จอดรถ : มี
★★ 3. Before Thirtieth Cafe ★★
พิกัด : ซอยพหลโยธิน 11 (ทะลุจากประดิพัทธ์ 10) / โทร : 0850442443
พิกัด : ซอยพหลโยธิน 11 (ทะลุจากประดิพัทธ์ 10) / โทร : 0850442443
พี่น้องทำด้วยใจ วัยก่อน 30
ร้านใหม่ในซอยพหลโยธิน 11 ที่ทะลุได้จากประดิพัทธ์ 10 เป็นร้านสีน้ำเงินเล็กๆ น่ารัก บรรยากาศเหมาะกับมานั่งทำงานหรือคุยงานไป จิบเค้กจิบกาแฟไป เจ้าของเป็นกลุ่มรุ่นพี่รุ่นน้อง 5 คนจากคณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตร ที่มีรหัสรุ่นเป็นรุ่นที่ 28 และ 29 เป็นที่มาของชื่อร้าน Before Thirtieth (ก่อน 30) อายุเจ้าของ ณ ตอนนี้ ก็ยังไม่ถึง 30 ด้วย จึงได้หลายความหมาย
ร้านใหม่ในซอยพหลโยธิน 11 ที่ทะลุได้จากประดิพัทธ์ 10 เป็นร้านสีน้ำเงินเล็กๆ น่ารัก บรรยากาศเหมาะกับมานั่งทำงานหรือคุยงานไป จิบเค้กจิบกาแฟไป เจ้าของเป็นกลุ่มรุ่นพี่รุ่นน้อง 5 คนจากคณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตร ที่มีรหัสรุ่นเป็นรุ่นที่ 28 และ 29 เป็นที่มาของชื่อร้าน Before Thirtieth (ก่อน 30) อายุเจ้าของ ณ ตอนนี้ ก็ยังไม่ถึง 30 ด้วย จึงได้หลายความหมาย

ชา กาแฟ เอกลักษณ์ของร้าน
Cold Brew Tea ที่ร้านนี้ เป็นชาที่สกัดด้วยน้ำเย็น 8-12 ชั่วโมง จึงไม่ขม หากเป็นกาแฟจะใช้เบลนด์สูตรของที่ร้าน ซึ่งได้มาจากโรงคั่ว ‘สคูลคอฟฟี’ เป็นเมล็ดกาแฟเบลนด์ระหว่าง เอธิโอเปีย 50% เชียงใหม่ดอยช้าง 25% กาแฟน่าน 25% รสชาติที่ได้จะออกเปรี้ยวนิดๆ ตัดด้วยความเข้ม และกลิ่นดอกไม้ ผสมช็อกโกแลตเบาๆ ใครชอบเบลนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแบบนี้ ลองแวะมาชิมได้เลย
Cold Brew Tea ที่ร้านนี้ เป็นชาที่สกัดด้วยน้ำเย็น 8-12 ชั่วโมง จึงไม่ขม หากเป็นกาแฟจะใช้เบลนด์สูตรของที่ร้าน ซึ่งได้มาจากโรงคั่ว ‘สคูลคอฟฟี’ เป็นเมล็ดกาแฟเบลนด์ระหว่าง เอธิโอเปีย 50% เชียงใหม่ดอยช้าง 25% กาแฟน่าน 25% รสชาติที่ได้จะออกเปรี้ยวนิดๆ ตัดด้วยความเข้ม และกลิ่นดอกไม้ ผสมช็อกโกแลตเบาๆ ใครชอบเบลนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแบบนี้ ลองแวะมาชิมได้เลย

เมนูเครื่องดื่มอย่างอื่นก็มีค่อนข้างหลากหลาย เลือกได้ตามสไตล์ที่ลูกค้าชอบ แถมหน้าตายังสวยงาม ถ่ายรูปขึ้นมากๆ
- Frozen Chocolate มีช็อกโกแลตคิวบ์ น้ำแข็งรสช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมชาเขียว หรือช็อกโกแลตเย็น หรือลาเต้เย็น ท็อปด้วยไอศกรีม กึ่งโฟลต
- Sparkling Americano กาแฟเสิร์ฟกับโทนิค โซดา แอ๊ปเปิ้ล พีช น้ำส้ม ออกแนวน้ำผลไม้มากกว่ากาแฟ

- Pink Marble เมนูใหม่ทานแทนขนมหวานได้เลย ออกนัวๆ นมๆ ช็อกโกแลต สำหรับสายหวาน

- อัญชันเลมอน Best Seller ของที่ร้าน มีน้ำแข็งอัญชันพร้อมชามะนาว ทานสดชื่น

ครบตั้งแต่ของคาว (สไตล์ฟิวชั่น ไทยผสมตะวันตก) ยันของหวาน พร้อมนั่งทำงาน อ่านหนังสือ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่แนะนำ
- เวลาเปิด-ปิด : จ.-ศ. 8 โมง ถึง 2 ทุ่ม / ส. & อา. 10 โมง ถึง 4 ทุ่ม
- ที่จอดรถ : จอดในซอยตรงข้ามร้าน
- Wifi : มี
★★ 4. ร้านบรรยากาศ ★★
พิกัด : ซอย ประดิพัทธ์ 10 / โทร : 0623642466
พิกัด : ซอย ประดิพัทธ์ 10 / โทร : 0623642466
ปากต่อปาก จนเจอเธอ บรรยากาศ
เคยมีเพื่อนบอกว่า อยู่แถวประดิพัทธ์ ลองไปกินข้าวร้าน "บรรยากาศ" สิ เราก็ไม่แน่ใจร้านอะไร แต่ชื่อน่ารักดี พอเดินผ่านซอยประดิพัทธ์ 10 ก็เจอกับป้าย Ban-ya-kaad กับบรรยากาศร้านที่อบอุ่น ร่มรื่น น่านั่งสมชื่อ
เคยมีเพื่อนบอกว่า อยู่แถวประดิพัทธ์ ลองไปกินข้าวร้าน "บรรยากาศ" สิ เราก็ไม่แน่ใจร้านอะไร แต่ชื่อน่ารักดี พอเดินผ่านซอยประดิพัทธ์ 10 ก็เจอกับป้าย Ban-ya-kaad กับบรรยากาศร้านที่อบอุ่น ร่มรื่น น่านั่งสมชื่อ


บรรยากาศดีใน "บรรยากาศ"
ร้านแบ่งโซนเป็นเรือนกระจกที่เน้นอาหารคาวเป็นหลัก และอีกหลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ 80 ปีที่มีตู้เค้กและบาร์เครื่องดื่ม เป็นอีกมุมที่คนชอบถ่ายรูปน่าจะชอบ อีกโซนเป็นเอาต์ดอร์ที่มีเบาะนั่งพื้นริมสระบัว น่าจะชิวมากช่วงกลางคืน แต่โซนนี้จะเปิดเฉพาะช่วงปลายปีเท่านั้น อีกไม่กี่เดือนแล้วแหละ ปูเสื่อรอค่ะ
ร้านแบ่งโซนเป็นเรือนกระจกที่เน้นอาหารคาวเป็นหลัก และอีกหลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ 80 ปีที่มีตู้เค้กและบาร์เครื่องดื่ม เป็นอีกมุมที่คนชอบถ่ายรูปน่าจะชอบ อีกโซนเป็นเอาต์ดอร์ที่มีเบาะนั่งพื้นริมสระบัว น่าจะชิวมากช่วงกลางคืน แต่โซนนี้จะเปิดเฉพาะช่วงปลายปีเท่านั้น อีกไม่กี่เดือนแล้วแหละ ปูเสื่อรอค่ะ
ความร่มรื่นของร้านทำให้เราชอบไปนั่งพักผ่อน ทานข้าว ทานขนมกับเพื่อนๆ อาหารอร่อยแบบไทยโบราณแต่ร่วมสมัย กับบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนบ้านมากกว่าร้านอาหาร ต้องมาลอง
- ยำอกอีแป้น (จะแตก!!) ยำส้มโอที่ดูไม่เหมือนยำส้มโอทั่วไป ดูแล้วเหมือนเป็นเมนูกุ้ง เพราะกุ้งใหญ่และเด่นมากกก มีใบชะพลูให้ทานแกล้ม ทานแล้วสดชื่นมาก นอกจากนี้ยังใส่มะกอกดำและกระเทียมดอง ทานแล้วรู้สึกแตกต่างกันไปทุกคำ พี่สิใช้คำว่า "แก้เซ็ง" ในแต่ละคำ

- แกงรัญจวน อาหารโบราณ มีบันทึกตั้งแต่รัชกาลที่ 5 มีน้ำพริกกะปิเป็นเครื่องปรุงสำคัญ หาทานได้ยากในสมัยนี้ แต่ของที่นี่อร่อย ทานง่าย เลือกได้ว่าจะใส่ไก่ หมู หรือเนื้อ

- หอมขจร ดอกขจรผัดวุ้นเส้นกับกะปิและชะอม จานโปรดของเราที่วัตถุแต่ละอย่างช่างเข้ากัน ได้สัมผัสของดอกขจรกรุบๆ ระหว่างเคี้ยววุ้นเส้นด้วย

- เวลาเปิด-ปิด : อ.-ส. 11.30 โมง ถึง 4 ทุ่มครึ่ง / อา. 11.30 โมง ถึง 3 ทุ่ม
- ปิดวันจันทร์
- ที่จอดรถ : มี
★★ 5. Cafe Undici ★★
พิกัด : ซอย พหลโยธิน 11 (ทะลุจากประดิพัทธ์ 14) / โทร : 02 279 6368
พิกัด : ซอย พหลโยธิน 11 (ทะลุจากประดิพัทธ์ 14) / โทร : 02 279 6368
จิบกาแฟอิตาเลียน กับเจ้าของฝาแฝดประจำซอย 11
คาเฟ่สไตล์อิตาเลียนเล็กๆ และอบอุ่น จากพี่อุ้ยและพี่อุ๊ ฝาแฝดที่รักในการทำกาแฟ คอนเซ็ปต์ของร้านมาจากเมล็ดกาแฟที่ใช้ที่มาจากอิตาลี เพราะชอบในรสเข้มของกาแฟจากประเทศนี้ ชื่อ Cafe Undici เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า "11" มาจากที่ตั้งในซอยพหลโยธิน 11 ถือเป็นคาเฟ่ประจำซอย ร้านสีดำแอบใต้ตึก มีอาหารอิตาเลียนโฮมเมด ขนมเค้ก (ทำโดยพี่สาวของพี่อุ้ยพี่อุ๊) และเครื่องดื่มที่เน้นกาแฟเป็นหลัก
คาเฟ่สไตล์อิตาเลียนเล็กๆ และอบอุ่น จากพี่อุ้ยและพี่อุ๊ ฝาแฝดที่รักในการทำกาแฟ คอนเซ็ปต์ของร้านมาจากเมล็ดกาแฟที่ใช้ที่มาจากอิตาลี เพราะชอบในรสเข้มของกาแฟจากประเทศนี้ ชื่อ Cafe Undici เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า "11" มาจากที่ตั้งในซอยพหลโยธิน 11 ถือเป็นคาเฟ่ประจำซอย ร้านสีดำแอบใต้ตึก มีอาหารอิตาเลียนโฮมเมด ขนมเค้ก (ทำโดยพี่สาวของพี่อุ้ยพี่อุ๊) และเครื่องดื่มที่เน้นกาแฟเป็นหลัก


ร้านกาแฟ Takeaway เจ้าประจำ
พักหลังเวลาที่ออกไปจอกกิ้งในซอยประดิพัทธ์ ไป-กลับโซนอารีย์ เราจะเห็นคนมาซื้อกาแฟ Takeaway หลายแก้วจากร้านนี้ ด้วยความสงสัย เลยลองแวะซื้อกาแฟที่ร้านนี้ดูบ้าง "อร่อยดีนะ"
พักหลังเวลาที่ออกไปจอกกิ้งในซอยประดิพัทธ์ ไป-กลับโซนอารีย์ เราจะเห็นคนมาซื้อกาแฟ Takeaway หลายแก้วจากร้านนี้ ด้วยความสงสัย เลยลองแวะซื้อกาแฟที่ร้านนี้ดูบ้าง "อร่อยดีนะ"

Home Made & Heart Made with Italian Touch
อาหารคาวที่นี่จะมีลาซานญ่า พาสตา เป็นหลัก ส่วนอาหารหวานจะมีวาฟเฟิล เค้ก และเครื่องดื่มร้อน และเย็น เราชอบลาซานญ่า Baked Ham & Egg เค้กช็อกโกแลต และ Marocchino เป็นกาแฟ Mocha + Nutella Chocolate อยากมาชิวร้านเล็กๆ เป็นส่วนตัว ร้านนี้คือดี
อาหารคาวที่นี่จะมีลาซานญ่า พาสตา เป็นหลัก ส่วนอาหารหวานจะมีวาฟเฟิล เค้ก และเครื่องดื่มร้อน และเย็น เราชอบลาซานญ่า Baked Ham & Egg เค้กช็อกโกแลต และ Marocchino เป็นกาแฟ Mocha + Nutella Chocolate อยากมาชิวร้านเล็กๆ เป็นส่วนตัว ร้านนี้คือดี




- เวลาเปิด-ปิด : อ.-อา. 8 โมง ถึง 1 ทุ่ม
- ปิดวันจันทร์
★★ 6. Mo. Museum & Objects That Matter (Mo. Museum Shop) ★★
พิกัด : ซอย ประดิพัทธ์ 14 / โทร : 0959895992
พิกัด : ซอย ประดิพัทธ์ 14 / โทร : 0959895992
จาก Online สู่ Offline
ร้านลึกลับแห่งสุดท้าย #ฝากร้าน Mo. Museum & Objects That Matter ไว้หน่อย ถึงชื่อจะยาวแต่จริงๆ เป็นสตูดิโอออกแบบและร้านขายกระเป๋าหนังชื่อแบรนด์สั้นๆ ว่า Mo. เน้นขายออนไลน์และส่งออก ไม่เน้นวางในห้างเท่าไหร่นัก เมื่อทำมาประมาณปีกว่าจึงคิดจะมีหน้าร้านไว้เป็นที่ดูสินค้าและพูดคุยกับลูกค้า รวมทั้งเป็นโชว์รูมให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศแวะมาเยี่ยมชมด้วย
ร้านลึกลับแห่งสุดท้าย #ฝากร้าน Mo. Museum & Objects That Matter ไว้หน่อย ถึงชื่อจะยาวแต่จริงๆ เป็นสตูดิโอออกแบบและร้านขายกระเป๋าหนังชื่อแบรนด์สั้นๆ ว่า Mo. เน้นขายออนไลน์และส่งออก ไม่เน้นวางในห้างเท่าไหร่นัก เมื่อทำมาประมาณปีกว่าจึงคิดจะมีหน้าร้านไว้เป็นที่ดูสินค้าและพูดคุยกับลูกค้า รวมทั้งเป็นโชว์รูมให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศแวะมาเยี่ยมชมด้วย

ทำไมถึงเป็น Museum
หน้าร้านเก๋ๆ ที่มีกลิ่นอายของร้านขายของในพิพิธภัณฑ์นี้ เกิดจากส่วนตัวเวลาที่ไปดูพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ เราจะชอบดู Museum Shop มาก หน้าร้านออกแบบให้ดูมิดชิดหน่อย เปิดเพียง 2 วันต่อสัปดาห์ โดยใครที่รู้จักและสนใจในตัวแบรนด์ ก็สามารถเข้ามาพบและพูดคุยกันที่นี่ได้
หน้าร้านเก๋ๆ ที่มีกลิ่นอายของร้านขายของในพิพิธภัณฑ์นี้ เกิดจากส่วนตัวเวลาที่ไปดูพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ เราจะชอบดู Museum Shop มาก หน้าร้านออกแบบให้ดูมิดชิดหน่อย เปิดเพียง 2 วันต่อสัปดาห์ โดยใครที่รู้จักและสนใจในตัวแบรนด์ ก็สามารถเข้ามาพบและพูดคุยกันที่นี่ได้


เริ่มต้นใต้บันได
พื้นที่ของร้านที่ตั้งอยู่ใต้บันไดนี้ ในอดีตเคยเป็นบ่อปลาคาร์ฟมาก่อน เราชอบในพื้นที่เล็กๆ นี้ เพราะให้ความรู้สึกเหมือน Start Up ที่ส่วนใหญ่เริ่มต้นในโรงรถ ส่วนของเราเป็นใต้บันได ผนวกกับความเป็นตึกเก่าที่มีกลิ่นอายโพสต์โมเดิร์นในยุค 80’s พอเข้าร้านมาจะรู้สึกเหมือนหลงยุคมา มีกลิ่นอายวินเทจ ความซ่อนแอบในพื้นที่ เป็นร้านลึกลับตามสไตล์ที่เราต้องการ
พื้นที่ของร้านที่ตั้งอยู่ใต้บันไดนี้ ในอดีตเคยเป็นบ่อปลาคาร์ฟมาก่อน เราชอบในพื้นที่เล็กๆ นี้ เพราะให้ความรู้สึกเหมือน Start Up ที่ส่วนใหญ่เริ่มต้นในโรงรถ ส่วนของเราเป็นใต้บันได ผนวกกับความเป็นตึกเก่าที่มีกลิ่นอายโพสต์โมเดิร์นในยุค 80’s พอเข้าร้านมาจะรู้สึกเหมือนหลงยุคมา มีกลิ่นอายวินเทจ ความซ่อนแอบในพื้นที่ เป็นร้านลึกลับตามสไตล์ที่เราต้องการ




- เวลาเปิด-ปิด : พฤหัส & อาทิตย์ เวลา เที่ยง – 2 ทุ่ม
- จอดรถ : ริมถนนประดิพัทธ์ (9.00-16.00 วันคู่ – วันคึ่) และ ลานจอดรถ The Camping Ground
ในซอยประดิพัทธ์นี้ ยังมีร้านอื่นๆ ซ่อนตัวอยู่ตามซอยที่เรายังเก็บไม่ครบในครั้งนี้ ใครที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรกไม่ต้องกังวลว่าจะหลง แถวนี้มาง่ายเพราะมีถนนใหญ่ทะลุกัน ระหว่างถนนพหลโยธินและถนนพระราม 6 มีทางขึ้นลงทางด่วนหลายจุด แถมสามารถขับรถจากฝั่งประดิพัทธ์เลขคู่ทะลุไปอารีย์ได้ภายใน 5 นาที! สำหรับคนชอบความวินเทจลองมาเดินเล่นแถวนี้ ซึมซับความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัย รับรองว่าอยากจะมาอีกแน่นอน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น