"ด่านเจดีย์สามองค์"
สุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก นี่คือจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีจุดเด่นในหน้าประวัติศาสตร์ไทยและเมียนมาร์ เรียกกันว่า "่ด่านเจดีย์สามองค์" อันเป็นเขตติดต่อระหว่างไทย - เมียนมาร์ที่ไม่มีแนวเขามาขวางกั้น
"ด่านเจดีย์สามองค์" เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์หายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ยุคอดีตที่ "เมียนมาร์" ยังเรียกขานกันว่า "พม่า"
กองทัพพม่ายุคโบราณยกทัพผ่าน "ด่าน" นี้เข้ามายึดกรุงศรีอยุธยาได้ ..ยุคสมัยต่อมา ที่นี่เพิ่มอีกหนึ่งร่องรอยสงครามในครั้งประเทศญี่ปุ่นใช้อาณาบริเวณนี้เดินทางผ่านแดนไทยไปยึดพม่าซึ่งก็คือ เส้นทางรถไฟ ที่ยังคงมีหลงเหลือให้มองเห็นเป็นหลักฐานบริเวณด่านข้ามแดน
หมุนเข็มนาฬิกากลับมาที่เวลาปัจจุบัน ณ บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ นักท่องเที่ยวสามารถข้ามแดนไปถึง ตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีสินค้าจากเมียนมาร์เข้ามาขายฝั่งไทยและสินค้าจากไทยเดินทางผ่านแดนด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อเข้าไปขายยังตลาดในเมียนมาร์
"พระเจดีย์สามองค์" แต่เดิมเรียกว่า "หินสามกอง" โดยคนไทยมักสักการะพระเจดีย์สามองค์ก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนเมียนมาร์
สำหรับเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ที่เห็นในปัจจุบัน ได้รับการสร้างขึ้นในไปี พ.ศ. 2472 โดยพระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีเป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์นี้ ณ บริเวณที่เคยเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต
จากด่านเจดีย์สามองค์ เมื่อข้ามไปยังเขตแดนเมียนมาร์ที่นี่มีวัดที่หลวงพ่ออุตตะไปสร้างไว้เรียกว่า "วัดเสาร้อยต้น" อยู่ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณ 5 กิโลเมตร วัดเสาร้อยต้นเป็นวัดที่มี 3 ชั้น ในการสร้างได้ใช้เสาขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อวัด ทั้งเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม บริเวณวัดมีตลาดให้เลือกซื้อสินค้าของเมียนมาร์
ขณะที่ "วัดเสาร้อยต้น" อยู่ฝั่งเมียนมาร์ ทางฝั่งไทยก็มี "วังก์วิเวการาม" อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปราว 6 กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ ชาวกระเหรี่ยง และเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น
ภายในวิหารริมน้ำของวัดวังก์วิเวการาม เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงาม ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อขาว"
สำหรับอำเภอสังขละบุรี เป็นอำเภอที่มีเขตติดต่อกับชายแดนเมียนมาร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีราว 215 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์สามารถมองเห็นวิวงามของทะเลสาบ เนื่องจากอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำ 3 สายมาบรรจบกันได้แก่ ห้วยซองกาเรีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี รวมเรียกว่า "สามประสบ" ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย
อำเภอสังขละบุรี มีชาวมอญ จำนวนมากมายมาตั้งบ้านเรียนอาศัยอยู่ เราจึงไดพบเห็นวิถีชีวิตและประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้
ในราวปี พ.ศ. 2527 เมือมีกรสร้างเขื่อนเขาแหลม (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็ฯเขื่อนวชิราลงกรณ์) สันเขื่อนอยู่ที่อำเภอทองผาภูมิแต่พื้นที่กักเก็บน้ำช่วงปลายเขื่อนกินอาณาบริเวณมาถึงสังขละบุรี ระดับความสูงของน้ำในเขื่อนทำให้เกิดเมืองบาดาลหรือ "วัดใต้นำ" ขึ้นที่บรเวณวัดวังก์วิเวการาม จึงมีการย้ายวัดมาอยู่บนเขา ส่วนวัดเดิมนั้นนมอยู่ใต้น้ำหลายสิบปี กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen in Thailand
เดินทางไม่ไกล... เมืองไทยเต็มไปด้วยที่น่าเที่ยว อย่างที่สังขละบุรี ถ้าคุณได้มานอนพักผ่อนที่รีสอร์ทสวยๆชม ทิวทัศน์ริมน้ำ แล้วข้ามสะพานไม้ไปเที่ยวชุมชนมอญและวัดหลวงพ่ออุตตมะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งคนสังขละบุรีนิยมเรียกอีกฝั่งว่า "ฝั่งมอญ" คุณจะพบว่าความสุขง่ายๆแบบนี้ ทำให้หัวใจคุณเบาสบายขึ้นได้เยอะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น