14 ที่ เช็คอิน สุไหงโก-ลก เที่ยวนราธิวาส 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รักหมดใจเมื่อได้มาเยือน

เมื่อก่อนเวลาที่เราไปสถานีรถไฟ ก็มักจะเห็นที่ป้ายข้างรถไฟเขียนไว้เสมอว่าสุดปลายทาง คือ สุไหงโก-ลกตอนที่ยังเด็ก ตอนที่ยังไม่เคยออกเดินทาง ก็ได้แต่คิด และมีคำถามในใจนะครับว่า…‘สุไหงโก-ลก’ คืออะไร ? ทำไมชื่อแปลกจัง ? สุดปลายทางที่ว่าไกล เป็นสถานีสุดท้าย มันไกลแค่ไหนกันเหรอ ?


เมื่อโตมาแล้วเข้าใจอะไรมากขึ้นก็คิดถึงที่นี่ขึ้นมา และอยากลองหาโอกาสไปสัมผัส เที่ยวนราธิวาส 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานีสุดท้าย ณ ใต้สุดแดนสยามของไทย และอยากจะบอกเลยว่า...เมืองนี้ คือผมยกให้เป็นอีกหนึ่งเมืองในใจ ที่อยากให้เป็น Wish List ของใคร หลายๆ คน อาจจะไม่มากมาย อาจจะไม่ยิ่งใหญ่ แต่อบอุ่นใจ และหลงรักได้ง่ายๆ เมื่อมีโอกาสได้มาเยือน…


01 : สถานีรถไฟ สุไหงโก-ลก


เริ่มต้นทริปสุไหงโก-ลก กันด้วยสถานที่แรกอย่าง สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก เรียกว่าเป็นสถานีใต้สุดแดนสยาม มีโอกาสได้มาเยือนทั้งทีจะไม่แวะมาก็คงเหมือนมาไม่ถึงครับ นอกจากจะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ฮิปๆ แล้ว ที่นี่ก็ยังคงเต็มไปความหลากหลายของผู้คนที่สัญจรไปมา และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย


ลองแวะมาเดินเล่นถ่ายรูปกันดูครับ ที่นี่มีมุมฮิปๆ อยู่เยอะเลย

02 : Street Art ข้างสถานีรถไฟ


รู้ไหมครับที่สุไหงโก-ลก เขาก็มี Street Art สวยๆ ให้เราได้ชมกันด้วยน๊าาาา อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ เดินไปทางสนามกีฬาประมาณ 300 เมตร ซึ่งจุดแรกที่ผมจะพาทุกคนไปก็จะอยู่ข้างๆ สถานีรถไฟเลยครับ เดินมานิ๊ดดดดเดียววววยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว ด้วยความที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ ภาพที่วาดออกมาก็จะเป็นภาพของรถไฟ และยังมีหัวจักรรถไฟให้เราได้เที่ยวชมกันด้วย


03 : Green View Boutique Hotel


สำหรับโรงแรมที่ผมเลือกพักในทริปนี้ เรียกว่าอยู่ใจกลางเมืองเลยดีกว่า สะดวกสบาย มีร้านค้า ร้านอาหารรอบๆ ในเรื่องโลเคชั่นนี่ได้คะแนนไปเต็มๆ ซึ่งถ้าใครที่นั่งรถตู้จากสนามบินมาก็สามารถบอกกับคนขับว่าให้มาส่งที่นี่เลยก็ได้นะครับ เค้าแวะจอดให้ถึงที่ ราคาห้องพักจะอยู่ที่ประมาณ 900 บาท โรงแรมดี เป็นโรงแรมที่ถือว่าค่อนข้างใหม่เลยนะครับ เปิดมาประมาณ 1ปีกว่าๆ เท่านั้นเอง ห้องพักสะอาด ดูดี ถือว่าคุ้มราคาเลยครับ


04 : เดินเล่นรอบเมือง


ถ้าจะบอกสุไหงโก-ลก เป็นเมืองชิลๆ ก็คงจะไม่ดูเกินไปนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะได้รับรู้ข่าวเรื่องความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนใต้กันอยู่เป็นระยะๆ เราก็คงจินตนาการไปถึงภาพของความน่ากลัว และเหตุการณ์ต่างๆ กันใช่มั้ยครับ ?...แต่ใครเลยจะรู้ครับ ว่าแท้จริงแล้ว...ชาวบ้านและผู้คนที่นี่ ก็ยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติ และยังคงมีนักท่องเที่ยวเเวะมาเยี่ยมเยียน ได้มาเห็นรอยยิ้มและความสุขของชาวบ้านกันอยู่ตลอด


เดินเล่นชมบรรยากาศกันไปเรื่อยๆ ครับ บอกแล้วว่าที่นี่สงบ และผู้คนยังใช้ชีวิตกันตามปกติ

05 : Street Art บริเวณใกล้ๆ กับ
อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5


หลังจากที่เราได้แวะไปดู Street Art ที่ข้างสถานีรถไฟกันมาแล้ว ต่อไปเราจะไปดู Street Art อีกจุดหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันเลยครับ บริเวณแถวๆ อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ซึ่งบริเวณนี้ Street Art ก็จะออกแนว Graffiti ดูเท่ๆหน่อย มีกลิ่นอายของความเป็นฮิปฮอปอยู่


06 : ป่าพรุโต๊ะแดง หรือป่าพรุสิรินธร


ต่อไปเราจะขอออกจากตัวเมืองกันไปไกลสักนิดนะครับ เพราะเรากำลังจะมุ่งหน้าไปที่ ป่าพรุโต๊ะแดง อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ยิ่งถ้าใครเป็นคนชอบเที่ยวแนวนี้อยู่แล้วด้วย ผมว่าลองแวะมากันดูสักหน่อยก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยเราจะได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของธรรมชาติกันให้มากขึ้น


ที่นี่คือ ป่าพรุผืนสุดท้ายในประเทศไทย ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มากๆ โดยพื้นที่จะคลอบคลุมทั้งหมด 4 อำเภอ รวมแล้ว 120,000 ไร่ คือ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอเมือง เรียกว่าเป็นผืนป่าขนาดใหญ่เลยจริงๆ บรรยากาศมีความร่มรื่นมากครับ พักผ่อนกันชิลๆ ได้เลย

07 : ถนนคนเดิน


ถ้าใครที่เป็นสายชิม และสายช้อป ก็คงต้องไม่พลาดที่จะมาถนนคนเดินกันนะครับ บรรยากาศมีความคึกคัก ร้านค้าหลากหลาย ทั้งของกินของใช้ ราคาไม่แพง จะเปิดช่วงวันศุกร์ ตั้งแต่ประมาณ 5-6 โมงเย็น เดินกันสบายๆ


08 : โรงพัก Gallery Cafe & Bistro


เอาครับ….ถ้าผมจะชวนทุกคนไป #โรงพัก กันจะมีใครอยากไปกับผมมั้ยยยย 55555+ แหมถึงแม้เราจะไม่ค่อยอยากก้าวเท้าเข้าไปในโรงพักที่มีคุณตำรวจนั่งกันอยู่เต็มมมมไปหมดสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นโรงพักที่สุไหงโก-ลก รับรองว่าอยากมาบ่อยแน่ๆ


โรงพัก Gallery Cafe & Bistro เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่บอกเลยว่าน่ารักและบรรยากาศดี๊ดี ดูอบอุ่นมากๆครับ มาโรงพักนี้แล้วก็เหมือนได้มาพักกายพักใจ กับอาหารและเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ มีทั้งของทานเล่น และทานจริงจังกันเลย ไม่ว่าจะหิวมาก หรือหิวน้อย หรือแค่อยากมานั่งชิลก็แวะมากันได้ครับ

WIFI ฟรีพี่เขามีให้ แต่ถ้าอยากได้ Wife พี่แกบอกต้องหาเองนะครับบบ 5555+


09 : ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ


ศาลเจ้าจีนที่เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนที่นี่ คือไม่เพียงแค่คนไทยนะครับ ทั้งสิงค์โปร์ มาเลเซีย พี่ๆ เขาก็แวะมากราบไหว้กัน ถือเป็นศาลเจ้าอีกหนึ่งแห่งที่มีความสวยงาม ไม่ว่าจะมาเยือนในตอนกลางวัน หรือแวะมาในตอนกลางคืนก็สวยไม่แพ้กัน ซึ่งบริเวณด้านหน้าศาลเจ้าก็จะมีร้านน้ำร้านนมให้มานั่งกินกันเพลินๆ ด้วย


10 : แม่น้ำโกลก


แม่น้ำโกลก อีกหนึ่งจุดที่เหมาะกับการมาแวะชมบรรยากาศวิถีชีวิตชาวบ้าน ถ้ามาในช่วงที่น้ำลงเห็นหาดทรายด้านล่าง บริเวณนี้ก็จะมีทั้งชาวไทยและชาวมาเลฯ มาหลบร้อนเล่นน้ำกัน

11 : ตลาดยามเช้า สุไหงโก-ลก


หากใครที่ไปเที่ยวแล้วพอจะมีโอกาสได้ลุกขึ้นจากเตียงแต่เช้า ผมว่าเราลองหาเวลาไปเดินเล่นตลาดกันดูก็ดีไม่น้อย จริงอยู่ว่าตลาดที่ไหนก็ขายของเหมือนๆ กันแหละ ผักเอย ผลไม้เอย ของสดเอย แต่เสน่ห์ของตลาดมันไม่ได้อยู่ที่ของที่ขายนะครับ แต่มันคือบรรยากาศ และผู้คน ที่แต่ละที่ แต่ละจังหวัด แต่ละประเทศก็ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป แบบไม่มีใครเลียนแบบใครได้


12 : อ้วนบะกุ๊ดเต๋


แค่เดินผ่านก็อันว่าอยากเข้าไปลองชิมแล้วครับ ดูจากลูกค้าที่แน่นร้านขนาดนี้แล้ว การันตีเลยว่าต้องเป็นร้านเด็ดร้านดัง และอร่อยแน่นอน มาเยือนภาคใต้ก็ไม่พลาดที่จะต้องลองชิมบะกุ๊ดเต๋ ที่นี่ถือเป็นร้านต้นตำหรับของสุไหงโก-ลกเลยครับ ในส่วนของราคา ก็จะแล้วแต่จำนวนคนครับ เพราะทางร้านจะทำให้พอดีกับคนที่มา รสชาติอร่อยถูกปาก และราคาไม่แพงด้วย


13 : วัดทองดีประชาราม


หลังจากที่เราไปตะลอนๆ กันมาจนทั่วแล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าสู่ กทม. กัน ผมก็ขอไปแวะไหว้พระกันที่ วัดทองดีประชาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดท่านแดง เพื่อความเป็นสิริมงคลกันหน่อยครับ


14 : สะพานข้ามทางรถไฟเชื่อมไปมาเลเซีย


และสถานที่สุดท้าย ก่อนเราจะบอกลาเมืองสุไหงโก-ลกกันไปในวันนี้ ผมจะขอแวะไปที่ สะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมไปยังฝั่งมาเลเซีย ปัจจุบันสะพานนี้ปิดให้ใช้งานแล้วนะครับ คือจะไม่ได้มีรถไฟวิ่งแล้ว แต่ก็ยังเป็นจุดแวะเที่ยวถ่ายรูปสวยๆ เพราะจะเห็นวิวโดยรอบ และเเม่น้ำที่อยู่ด้านล่าง ดูบรรยากาศดีสุดๆ


ผมคงต้องบอกลาทริปสุไหงโก-ลก กันไปตรงนี้แล้ว สำหรับใครที่อยากจะแบกเป้มาเที่ยวกันดูก็แนะนำมากๆครับ ที่นี่ยังคงเป็นเมืองน่ารักๆ ที่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอ

ภาพข่าวที่เราเห็น เรื่องราวต่างๆ ที่เคยได้ยิน มันอาจจะทำให้เรามอง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปอีกแบบนึง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ที่นี่ยังคงเต็มไปสเน่ห์ และมีวิถีชีวิตที่สงบ-เรียบง่ายอย่างที่เป็น :)

การเดินทางมายังสุไหงโก-ลก

หลังจากที่เรานั่งเครื่องมาลงที่สนามบินนราธิวาส แล้วขึ้นรถตู้จากสนามบินมาลงที่สุไหงโก-ลก คนละ 180 บาทนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าเราลงที่ไหนก็ลองสอบถามกับทางคนขับดูครับ เพราะบางจุดสามารถไปส่งให้ได้ถึงที่เลย อย่างผมเองจองที่พักที่ โรงแรม Green View Boutique Hotel ไว้ล่วงหน้าแล้ว ก็ให้รถตู้ไปส่งที่โรงแรมได้เลยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เชียงแสน : 1 วัน ก็เที่ยวได้

10 ที่เที่ยวแม่สาย อำเภอเหนือสุดแดนสยาม

ชวนไปชิม 6 ร้านอาหาร “เชฟกระทะเหล็ก” ประเทศไทย